‘Dog Gone’ หนังฟีลกู้ดที่หลงทางยิ่งกว่าสุนัขในเรื่อง

หนังสร้างจากหนังสือชื่อ ‘Dog Gone: A Lost Pet’s Extraordinary Journey and the Family Who Brought Him Home’ ที่เขียนโดย พอลส์ เตาตองฮี จากเรื่องจริงเมื่อกลางยุค 90s เมื่อสุนัขพันธุ์แลบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ สีขาวนวลชื่อ ‘ก็องเกอร์’ หายตัวไปในป่า 

เจ้าของของสุนัขคือฟีลดิง (จอห์น เบิร์ชโทลด์) หนุ่มที่เพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัยที่รับก็องเกอร์มาจากศูนย์พักพิงสุนัขจรจัดมาตั้งแต่ยังเด็กและเลี้ยงเขาจนเติบโต กระทั่งย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านพ่อแม่ (ร็อบ โลว์, คิมเบอร์ลี วิลเลียมส์ เพสลีย์) และพาก็องเกอร์มาอยู่ด้วย ก็องเกอร์กลายเป็นที่รักของครอบครัว จนวันหนึ่งขณะที่ฟีลดิงและเนต (นิก ไพน์) เพื่อนสนิท พาก็องเกอร์ไปเดินเล่นในป่า เมื่อมันเห็นสุนัขจิ้งจอกก็วิ่งไล่ตามและหายตัวไป พ่อและเนตร่วมกันขับรถออกเดินป่าตามหาก็องเกอร์เป็นเวลากว่าสองสัปดาห์ แต่ก็ไม่พบมัน ตอนจบของหนัง “คาดเดาได้ง่าย” ตามสไตล์หนังครอบครัวฟีลกู้ด 

หนังน้องหมาของ Netflix เรื่องนี้มีความยาวเพียง 95 นาที แต่เชื่อไหมว่าเรื่องราวในหนังสามารถเล่าได้จบภายใน 10 นาที ถ้าจะบอกว่าหนังไม่มีอะไรก็คงไม่ถูกเสียทีเดียว แต่ในช่วงกลางเรื่อง คุณสามารถเดินไปห้องน้ำ 10 นาที กลับมาก็ไม่ได้พลาดอะไร และยังคงดูรู้เรื่อง

ปัญหาหลักคือบทหนังที่อ่อนปวกเปียกและเต็มไปด้วยบทพูดจำเจ ตัวละครแปลก ๆ ที่ผ่านเข้ามา อย่างเช่น คนขายเครื่องนำโชคที่ปั๊มน้ำมัน, แก๊งนักบิดมาดโหด, นักเลงที่มาหาเรื่องในบาร์ หรือกระทั่งพี่สาวของฟีลดิง ถูกใส่เข้ามาอย่างไร้แก่นสาร (แม้ว่าจะเป็นเหตุการณ์จริงหรือไม่ก็ตาม) อีกทั้งหนังพยายาม “ยัดเยียด” ทุกอย่างมากเกินไป อย่างเช่น ปมที่ลูกชายคิดว่าพ่อไม่ภูมิใจ, ความหลังฝังใจแม่กับสุนัขของเธอในอดีต หรืออาการป่วยของฟีลดิง ที่นอกจากจะทำให้ตัวละครไม่น่าเห็นใจแล้ว ยังชวนให้รำคาญเสียด้วยซ้ำ (และปมนี้ก็คลี่คลายง่ายเหมือนดีดนิ้ว)

อีกทั้งเมื่อหน้าหนังคือ “สุนัข” ก็ย่อมทำให้คนดูอยากเห็นความน่ารักของสุนัข อยากเห็นการผจญภัยและการเอาตัวรอดของสุนัข (บ้างก็ยังดี) แต่หลังจากที่ก๊องเกอร์หายตัวไป เราก็เห็นมันอยู่แค่ไม่กี่ครั้ง เข้าใจว่าต้องการให้คนดูลุ้นว่าสุนัขจะรอดหรือไม่ และนั่นแหละก็ทำให้เราเห็นอยู่แค่สองพ่อลูกออกตามหา-กลับบ้าน-ออกตามหา-พักโรงแรม-ออกตามหา-กลับบ้าน.. สาละวนอยู่แค่นี้จนเกือบท้ายเรื่อง จากหนังสุนัขจึงเปลี่ยนเป็นหนังพ่อลูกไปเสียฉิบ

ไม่น่าเชื่อว่านี่คือผลงานกำกับของ สตีเฟน เฮเรก (Stephen Herek) ที่มีผลงานโด่งดังอย่าง ‘Critters’ (1986), ‘Bill & Ted’s Excellent Adventure’ (1989), ‘The Three Musketeers’ (1993), ‘Mr. Holland’s Opus’ (1995), ‘101 Dalmatians’ (1996) และหนังดังอีกสารพัด แต่สำหรับ ‘Dog Gone’ เขาไม่สามารถเร่งเร้าอารมณ์ได้เลยแม้แต่น้อย ภาพรวมของหนังไม่ต่างจากหนังเกรดบี ยังดีที่หนังได้ร็อบ โลว์ มารับบทพ่อได้ค่อนข้างเฉียบสมชื่อรุ่นเดอะ หากเทียบกับ จอห์น เบิร์ชโทลด์ ที่มาพร้อมกับการแสดงที่ไร้อารมณ์และขาดเสน่ห์อย่างรุนแรง

ส่วนดีที่สุดของหนังกลับกลายเป็นเอ็นเครดิตที่นอกจากจะมีภาพก็องเกอร์ตัวจริงแล้ว ยังมีภาพของนักแสดงและทีมงานแต่ละคนกับสุนัขของพวกเขา (บ้างก็เป็นแมว) เป็น 4 นาทีที่นั่งดูเพลินกว่าหนังทั้งเรื่องเสียอีก

‘Dog Gone’ หนังฟีลกู้ดที่หลงทางยิ่งกว่าสุนัขในเรื่อง
การแสดง
5
โปรดักชัน
7
บท
3
ความบันเทิง
6
คุ้มค่าเวลาในการชม
5
จุดเด่น
หนังยาวแค่ 1.30 นาที ทำให้ดูง่าย หนังฟีลกู้ดไม่มีเนื้อหาหนัก ดูได้ทั้งครอบครัว
จุดสังเกต
บทอ่อน พยายามยัดทุกอย่างมากไป สุนัขกลับกลายเป็นตัวประกอบที่เห็นแค่ตอนต้นกับตอนจบ
5.2

The post ‘Dog Gone’ หนังฟีลกู้ดที่หลงทางยิ่งกว่าสุนัขในเรื่อง appeared first on #beartai.

You may have missed

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า
%d bloggers like this: