ตามตำนานเทพปกรณัมของไอร์แลนด์ แบนชี (Banshee) คือชื่อของผีผู้หญิงที่สวมชุดเสื้อคลุมยาวสีดำ ล่องลอยเลือนลางอยู่ในม่านหมอก หากแบนชีปรากฎตัวขึ้น เชื่อว่าจะมีคนตาย

แม้หนัง ‘The Banshees of Inisherin’ จะได้รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมประเภทเพลงหรือตลกจากเวทีลูกโลกทองคำ แต่อย่าถามหาเสียงหัวเราะจากหนังความยาวเกือบสองชั่วโมงเรื่องนี้ เพราะนี่คือหนังตลกร้าย เสียดสี ที่หนักอึ้งกว่าคำว่าคอเมดี้ เขียนบทและกำกับโดย มาร์ติน แม็กโดนาห์ (Martin McDonagh) ที่เลื่องชื่อมาจาก ‘Three Billboards Outside Ebbing, Missouri’ (2017) เล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ของเพื่อนรักสองคนบนเกาะไอนิเชอริน (เกาะสมมติที่อยู่ทางตะวันตกของไอร์แลนด์)  ที่จู่ ๆ ก็เกิดสั่นคลอน เมื่อพาเดร็ก (โคลิน ฟาร์เรล – Colin Farrell) ถูกคอล์ม (เบรนดัน กลีสัน – Brendan Gleson) เมินเ​ฉยและ ‘อันเฟรนด์’ เลิกคบแบบไม่มีสาเหตุ เขาจึงพยายามหาทางสานสัมพันธ์ให้เหมือนเดิม แต่ทุกอย่างกลับแย่ลงเมื่อคอล์มขู่ว่าเขาจะตัดนิ้วทิ้งทีละนิ้ว ทุกครั้งที่พาเดร็กมายุ่มย่ามกับเขา

พาเดร็กเริ่มรู้สึกเหงาและเคว้งคว้าง เขาเป็นชายโสดที่อาศัยอยู่กับน้องสาวที่โสดเหมือนกัน (เคอร์รี คอนดอน – Kerry Condon) ในบ้านที่มีม้าและลาเป็นเพื่อน มิหนำซ้ำเกาะไอนิเชอรินมีแค่เมืองเล็ก ๆ ที่ไม่มีอะไรตื่นตา นอกจากโบสถ์ บาร์ และร้านขายของ โอบล้อมด้วยเนินเขาเขียวและน้ำทะเลสีคราม แลเห็นแผ่นดินใหญ่อยู่สุดสายตา นอกจากคอล์มแล้วอีกคนที่พาเดร็กคุยด้วยอยู่บ่อย ๆ คือโดมินิก (แบร์รี คีโอกัน – Barry Keoghan) หนุ่มที่ดูไม่สมประกอบ ลูกชายของนายตำรวจที่ชอบใช้ความรุนแรง ส่วนตัวละครอื่น ๆ ที่เหลือก็ล้วนแต่มีความผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นแม่ค้าที่ชอบเผือกเรื่องชาวบ้าน หรือหญิงชราลึกลับที่มีลักษณะเหมือนแบนชี

หนังเล่าเรื่องจากมุมมองของพาเดร็กที่รู้สึกแย่กับการห่างเหินของคอล์ม เขาจึงเรียกร้องหามิตรภาพ เรียกร้องให้คนอื่นทำดีกับเขา แต่กลับไม่เคยรู้ว่าตัวเองโง่เขลาแค่ไหน หนังเปี่ยมไปด้วยภาพอันงดงามของธรรมชาติบนเกาะ ทำให้บรรยากาศตอนเริ่มต้นดูรื่นรมย์ แต่กลับค่อย ๆ อึมครึมและมืดมิดในตอนท้าย อดีตเพื่อนรักสองคนค่อย ๆ บ่มเพาะความเกลียดชังและบันดาลโทสะจนชีวิตของทั้งคู่ดิ่งลงเรื่อย ๆ 

นี่เป็นการร่วมงานครั้งที่ 3 ต่อจาก ‘In Bruges’ และ ‘Seven Psychopaths’ ระหว่างผู้กำกับ แม็กโดนาห์ และแฟร์เรลที่เปล่งสำเนียงไอริชได้สมกับเป็นภาษาบ้านเกิด เขาสวมบทพาเดร็กหนุ่มบ้านนอกแสนทึ่มที่ค่อย ๆ ระเบิดอารมณ์ออกมาเพราะความกดดัน ขณะที่กลีสันก็ทำให้ตัวละครคอล์ม ดูมุทะลุ ชอบเอาชนะ และเต็มไปด้วยทิฐิ ที่น่าสนใจคือแฟร์เรลและกลีสันไม่ได้เล่นใหญ่รัชดาลัย แต่ปะทะคารมและอารมณ์กันได้แบบพอเหมาะพอเจาะ เชือดเฉือนกันแบบนิ่ง ๆ เป็นธรรมชาติ แฟร์เรลคว้าลูกโลกทองคำนักแสดงนำชายมาแล้ว และน่าจะมีสิทธิ์ได้เข้าชิงออสการ์ เช่นเดียวกับกลีสัน (สองคนนี้ก็เคยร่วมงานกันมาแล้วใน ‘In Bruges’) รวมไปถึงคีโอกัน ที่โดดเด่นทุกครั้งที่ปรากฎตัวและทำให้โดมินิกเป็นตัวละครที่น่าเห็นใจ

หนังเดินเรื่องแบบเนิบ ๆ ไม่มีไคลแม็กซ์ที่ยิ่งใหญ่ แต่กลับน่าติดตามเพราะบทพูดที่คมคายและการแสดงที่นิ่งแต่ทรงพลัง ไม่น่าเชื่อว่านี่คือบทหนังที่แม็กโดนาห์เขียนขึ้นมาใหม่ แต่ออกมาละเมียดละไมไม่ต่างจากนิยายของเจมส์ จอยส์ นักเขียนชาวไอริช

หนังย้อนเวลากลับไปในปี 1923 ช่วงที่ใกล้จบสงครามกลางเมืองไอร์แลนด์ (Irish Civil War) ที่ในตอนนั้นไอร์แลนด์ถูกแบ่งออกเป็นไอร์แลนด์เหนือ กับเสรีรัฐไอริช ทำให้กองทัพของสาธารณรัฐไอริช หรือไออาร์เอ (Irish Republican Army) ไม่พอใจ และต่อสู้กับฝ่ายรัฐบาลเฉพาะกาล ซึ่งเหตุการณ์นั้นนำมาสู่การแบ่งแยกดินแดนระหว่างไอร์แลนด์เหนือที่เป็นของสหราชอาณาจักร และประเทศไอร์แลนด์ 

แม้สงครามกลางเมืองไอร์แลนด์จะมีระยะเวลาสั้น ๆ ไม่ถึงหนึ่งปี (26 มิถุนายน 1922 – 24 พฤษภาคม 1923) แต่คาดว่ามีผู้เสียชีวิตราว 1,000 ราย

นี่แหละคือสารสำคัญที่ ‘The Banshees of Inisherin’ ต้องการสื่อ 

“ไม่ได้ยินเสียงปืนไรเฟิลจากแผ่นดินใหญ่มาวันสองวันแล้ว มันน่าจะจบแล้วมั้ง” คอล์มเอ่ยขึ้นมา

“ฉันว่าอีกเดี๋ยวพวกเขาก็ยิงกันใหม่ บางอย่างมันเดินหน้าต่อไปไม่ได้ และ​ฉันคิดว่านั่นเป็นเรื่องที่ดี” พาเดร็กตอบ

ความบางหมางระหว่างเพื่อนสองคนอาจจะเกิดขึ้นจากเรื่องเล็ก ๆ ในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ แต่สุดท้ายความเกลียดชังค่อย ๆ ก่อตัวจนนำมาสู่ความพินาศของทั้งสองฝ่ายที่ไม่มีใครชนะ

‘The Banshees of Inisherin’ มิตรภาพบาดหมาง กับสงครามกลางเมือง
การแสดง
10
โปรดักชัน
9
บท
9
ความบันเทิง
7
คุ้มเวลาในการชม
7.9
จุดเด่น
การแสดงในระดับยอดเยี่ยม บทหนังที่คมคาย เคลือบไว้ด้วยสารสำคัญให้ชวนคิดต่อ การถ่ายภาพที่สวยจับใจ
จุดสังเกต
อาจจะชวนให้เบื่อได้ง่าย เพราะการดำเนินเรื่องไม่หวือหวา ตัวละครไม่เยอะ ฉากมีแค่บนเกาะและน้ำทะเล
8.6

The post ‘The Banshees of Inisherin’ มิตรภาพบาดหมาง กับสงครามกลางเมือง appeared first on #beartai.

[รีวิว] Lockwood & Co. – วัยรุ่นทำทรงปราบผีสร้างตัว ดูพอเพลินสะดุ้งแต่ไม่สยอง

You may have missed

[รีวิว] Lockwood & Co. – วัยรุ่นทำทรงปราบผีสร้างตัว ดูพอเพลินสะดุ้งแต่ไม่สยอง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า
%d bloggers like this: